ภาวะไตวายเฉียบพลัน คืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร และรักษาทันหายขาดได้จริงไหม?

26/01/2026
  • images
  • images
ภาวะไตวายเฉียบพลันคือภาวะที่ไตหยุดทำงานอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยและครอบครัวมักรู้สึกตกใจและกังวลมาก เพราะร่างกายไม่สามารถขับของเสีย เกลือแร่ และน้ำส่วนเกินออกได้ทัน ทำให้เกิดการคั่งของของเสียในเลือด ค่าไตขึ้นสูง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอาจถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ข่าวดีคือ ภาวะนี้ มักรักษาหายได้ เมื่อรู้สาเหตุและได้รับการดูแลที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม

สาเหตุของภาวะนี้มีหลายแบบ เช่น ขาดน้ำรุนแรง ภาวะช็อก ภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด การได้รับสารพิษต่อไต หรือการอุดตันของทางเดินปัสสาวะในบางตำแหน่ง การตรวจพบแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้แพทย์ที่โรงพยาบาลธารารักษ์ รักษาที่ต้นเหตุได้ทันและช่วยให้ไตฟื้นตัวกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ผู้ป่วยและครอบครัวจำนวนมากมักรู้สึกเบาใจขึ้นเมื่อเข้าใจว่าภาวะนี้ไม่ใช่ “จบแล้ว” แต่เป็นภาวะที่รักษาได้ถ้าเข้าถึงการดูแลเร็วพอ

สารบัญ


อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าไตกำลัง "น็อก" หรือ "วายเฉียบพลัน"

สัญญาณที่ควรระวังคืออาการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและผิดปกติจากเดิม โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติขาดน้ำ ติดเชื้อ หรือรับยาแก้ปวด NSAIDs ต่อเนื่อง
อาการสำคัญ ได้แก่:

  • ปัสสาวะออกน้อย (Oliguria) หรือแทบไม่ออกเลย
  • บวมหน้า บวมเท้า จากภาวะน้ำคั่ง
  • เหนื่อยง่าย อ่อนแรงผิดปกติ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร จากการคั่งของของเสีย
  • เจ็บสีข้าง ปวดหลังบริเวณไต
  • ในรายที่หนัก อาจเกิดภาวะ ไตช็อก, ความดันโลหิตต่ำ, หรือมีความสับสนร่วมด้วย

อาการเหล่านี้จำเป็นต้องรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะที่ แผนกฉุกเฉิน (ER) หากเกิดขึ้นแบบกะทันหัน


อาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวกับไตวายเฉียบพลัน



3 สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าไตพุ่งสูงกะทันหัน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

แพทย์มักแบ่งสาเหตุของ ไตวายเฉียบพลัน ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่:

  1. สาเหตุจากการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไตลดลง (Pre-renal)
    เกิดจากภาวะที่ร่างกายเสียเลือดหรือขาดน้ำอย่างมาก เช่น
    • ภาวะช็อกจากติดเชื้อ
    • โรคหัวใจล้มเหลว
    • เสียน้ำมากจากท้องเสียหรืออาเจียนรุนแรง
    • การใช้ยาขับปัสสาวะมากเกินไป
    หากไม่แก้ไขทันเวลา ไตจะขาดเลือดและหยุดทำงานชั่วคราว

  1. สาเหตุที่เกิดขึ้นภายในไต (Intrinsic renal)
    ไตถูกทำลายโดยตรง เช่น
    • ไตอักเสบ, ท่อไตอักเสบ
    • สารพิษจากยา
    • การแพ้สารทึบรังสีที่ใช้ในการ ฉีดสี ตรวจพิเศษ
    • การติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง
    ภาวะนี้ทำให้ ค่าครีเอตินินสูงขึ้นรวดเร็ว

  1. สาเหตุจากการอุดตันของท่อทางเดินปัสสาวะ (Post-renal) เช่น
    • นิ่วอุดตันทางเดินปัสสาวะ
    • ต่อมลูกหมากโต
    • เนื้องอกกดทับท่อไต
    เมื่อแก้การอุดตันได้เร็ว ไตมีโอกาสฟื้นกลับมาทำงานปกติ

3 สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าไตพุ่งสูงกะทันหัน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

แม้จะมีอาการคล้ายกัน แต่ลักษณะและแนวทางรักษาต่างกันอย่างชัดเจน

หัวข้อ ไตวายเฉียบพลัน ไตวายเรื้อรัง
การเกิดโรค เกิดเร็วภายในชั่วโมง - วัน พัฒนาช้าเป็นเดือน - ปี
อาการ ปัสสาวะน้อย บวม ค่าไตขึ้นเร็ว อ่อนเพลียเรื้อรัง เบื่ออาหาร โลหิตจาง
สาเหตุ ขาดน้ำ, ช็อก, ไตอักเสบ, อุดตัน เบาหวาน, ความดันสูง, โรคไตเรื้อรัง
โอกาสรักษาหาย สูง หากแก้สาเหตุทัน ส่วนใหญ่ควบคุมอาการ ไม่หายขาด
การดูแลต่อเนื่อง ตรวจเลือดดูค่าไตจนฟื้นตัว ติดตามสม่ำเสมอ อาจต้องฟอกไตถาวร





การรักษาภาวะไตวายเฉียบพลัน ต้อง "ฟอกไต" ทุกคนไหม?

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องฟอกไต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยและครอบครัวโล่งใจขึ้นมาก เพราะหลายคนมักกลัวว่าจะต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต ความจริงคือผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาได้ด้วยการแก้ไขต้นเหตุ เช่น

  • ให้สารน้ำแก้ภาวะขาดน้ำ
  • รักษาภาวะติดเชื้อ
  • หยุดยาอันตรายต่อไต เช่น NSAIDs
  • แก้ปัญหาที่ทำให้ทางเดินปัสสาวะอุดตัน

แต่ในบางกรณีที่อาการรุนแรง เช่น กรดเกินในเลือด โพแทสเซียมสูง น้ำท่วมปอด หรือเริ่มมีอาการซึมจากการคั่งของของเสีย แพทย์จะพิจารณาฟอกไตชั่วคราวเพื่อช่วยประคับประคองร่างกาย การฟอกไตในภาวะนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยต้องฟอกตลอดไป เมื่อไตฟื้นตัวแล้วก็สามารถหยุดฟอกได้ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลายครอบครัวรู้สึกมีความหวังอีกครั้ง


ศูนย์ไตเทียม

ทำอย่างไรให้ไตฟื้นตัวเร็วที่สุด? (การดูแลตัวเองหลังผ่านวิกฤต)

หลังผ่านช่วงวิกฤต ผู้ป่วยและครอบครัวมักรู้สึกทั้งโล่งใจและกังวลไปพร้อมกัน เพราะแม้ภาวะเฉียบพลันจะผ่านไปแล้ว แต่หลายคนไม่มั่นใจว่าจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ไตฟื้นตัวเร็วที่สุด การดูแลต่อเนื่องอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ไตกลับมาทำงานปกติ ได้เร็วขึ้น ได้แก่:

  • ดื่มน้ำตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่มาก–ไม่น้อยเกินไป
  • หลีกเลี่ยงยาที่ทำร้ายไต เช่น NSAIDs
  • ควบคุมความดันและน้ำตาลให้ดี
  • กินโปรตีนในปริมาณเหมาะสม เพื่อลดภาระของไต
  • ตรวจติดตามค่าครีเอตินิน เกลือแร่ และอาการตามนัด
  • สังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น ปัสสาวะน้อย บวม เหนื่อยง่าย

ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเมื่อเห็นว่า “ค่าไตเริ่มดีขึ้นทีละน้อย” เพราะไตส่วนใหญ่สามารถฟื้นกลับมาใกล้ปกติได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ป่วยและครอบครัวควรร่วมกันดูแลอย่างต่อเนื่อง


การประเมินการทำงานของไตเพื่อฟื้นฟูหลังภาวะไตวาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะไตวายเฉียบพลัน (FAQ)

กินยาแก้ปวด (NSAIDs) บ่อยๆ ทำให้ไตวายเฉียบพลันได้จริงไหม?

จริง และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะคนที่กินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำหรือกินในช่วงที่ร่างกายขาดน้ำ เช่น ช่วงเป็นไข้หนัก อาเจียน หรือท้องเสีย ยากลุ่มนี้จะไปลดการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงไต ทำให้ไตทำงานลดลงแบบเฉียบพลันจนเกิด ไตทำงานล้มเหลวชั่วคราว ได้
คนที่อายุเยอะ เป็นโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน หรือมีโรคไตอยู่แล้วจะยิ่งเสี่ยงมากขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ยาควรปรึกษาแพทย์และดื่มน้ำเพียงพอ ไม่ควรซื้อกินเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน


ถ้าหมอสั่งฟอกไตตอนเป็นไตวายเฉียบพลัน จะต้องฟอกไปตลอดชีวิตไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ต้องฟอกตลอดชีวิต การฟอกไตในช่วงไตวายเฉียบพลันเป็นเพียง “ตัวช่วยชั่วคราว” เพื่อขจัดของเสียส่วนเกิน ระบายเกลือแร่ผิดปกติ หรือแก้ภาวะน้ำเกินที่เป็นอันตราย ขณะรอให้ไตฟื้นตัวกลับมา
เมื่อสาเหตุที่ทำให้ไตวายเฉียบพลันได้รับการรักษา เช่น แก้การขาดน้ำ รักษาติดเชื้อ หยุดยาที่ทำร้ายไต หรือแก้การอุดตันในทางเดินปัสสาวะ ไตก็มักจะค่อย ๆ กลับมาทำงานได้อีกครั้ง และสามารถ หยุดฟอกไตได้ แตกต่างจากไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกต่อเนื่องระยะยาว


ภาวะไตวายเฉียบพลัน ใช้เวลารักษานานไหมกว่าค่าไตจะกลับมาปกติ?

ไตจะฟื้นตัวเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับสาเหตุและสุขภาพพื้นฐานของผู้ป่วย บางรายดีขึ้นภายในไม่กี่วัน เช่น ผู้ที่ขาดน้ำหรือมีภาวะช็อกและได้รับการรักษาทันเวลา แต่บางรายต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เช่น ผู้ที่มีไตอักเสบ ติดเชื้อหนัก หรือได้รับยาที่มีพิษต่อไต
แพทย์จะติดตามผลด้วย การตรวจเลือดดูค่าไต โดยเฉพาะค่าครีเอตินินและเกลือแร่ รวมถึงประเมินปริมาณปัสสาวะทุกวัน หากค่าไตค่อย ๆ ลดลงและอาการดีขึ้นโดยไม่ต้องฟอกไตเพิ่ม ถือว่าไตกำลังฟื้นตัวดี


ดื่มน้ำน้อยเกินไป เสี่ยงไตวายเฉียบพลันหรือไม่?

เสี่ยง โดยเฉพาะในคนที่ทำงานกลางแจ้ง ออกเหงื่อมาก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง การดื่มน้ำน้อยทำให้ร่างกายขาดน้ำและเลือดไปเลี้ยงไตลดลง ไตจึงอยู่ในภาวะเครียดและอาจเกิด ไตวายกะทันหัน ได้ง่ายขึ้น
สัญญาณเตือนว่าคุณอาจดื่มน้ำน้อยเกินไป ได้แก่ ปากแห้ง เวียนหัว ปัสสาวะสีเข้ม หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติ หากมีอาการเหล่านี้พร้อมกับอาการอ่อนเพลียหรือใจสั่น ควรเพิ่มปริมาณน้ำดื่มและพบแพทย์หากอาการยังไม่ดีขึ้น





อ้างอิง

https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1308820220905025852.pdf
https://www.nephrothai.org/wp-content/uploads/2023/03/CKD-guideline-2565-revised-edition.pdf
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6534025/
https://www.kidney.org/kidney-topics/acute-kidney-injury-aki

ข้อมูลโดย

น.ต.กำปั่นทอง ตั้งวีระพงษ์ ว.36777
อายุรแพทย์โรคไต
วว.อายุรศาสตร์, วว.อายุรศาสตร์โรคไต
แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล


ข้อมูลแพทย์เพิ่มเติม


น.ต.กำปั่นทอง ตั้งวีระพงษ์