การฟอกไตมีกี่แบบ? เปรียบเทียบฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม vs ล้างไตทางช่องท้อง

23/01/2026
  • images
  • images

ช่วงเริ่มต้นการฟอกไต มักเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยและครอบครัวต่างกังวลและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทั้งการฟอกไตแบบไหนปลอดภัยที่สุด หรือควรเลือกวิธีไหนที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิต และทำให้ผู้ป่วยกลับมามีแรงทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงเดิม บทความนี้ โรงพยาบาลธารารักษ์ ศูนย์ฟอกไตและศัลกรรมความงาม ได้รวบรวมข้อมูลแบบครบถ้วนทั้งวิธีการฟอกไต ข้อดี-ข้อเสีย ขั้นตอนการเตรียมตัว และสิทธิประโยชน์ในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น

สารบัญ


การฟอกไต คืออะไร ทำไมถึงจำเป็น

โรคไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่เนื้อไตถูกทำลาย จนค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการกรองของเสียและควบคุมสมดุลน้ำ รวมถึงเกลือแร่ในร่างกาย เมื่อไตเข้าสู่ระยะที่ทำงานลดลงอย่างรุนแรง ของเสียและน้ำส่วนเกินจะคั่งค้างในเลือด ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย การฟอกไตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ "ทดแทนไต" เพื่อดึงของเสียและน้ำส่วนเกินออก ช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ รักษาชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น


ใครบ้างที่ต้องฟอกไต

กลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์จะแนะนำให้เริ่มรับการฟอกไต คือ กลุ่มผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่มีอาการเรื้อรัง (Stage 5) ซึ่งมีค่าการทำงานของไตต่ำกว่า 15 ml/min หรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากของเสียคั่งค้าง เช่น มีภาวะน้ำท่วมปอด เกลือแร่ผิดปกติรุนแรง หรือเลือดเป็นกรด ซึ่งไม่สามารถประคับประคองด้วยการควบคุมอาหารและการใช้ยาได้อีกต่อไป


การฟอกไต


การฟอกไตมีกี่แบบ? เปรียบเทียบวิธีรักษาในปัจจุบัน

ก่อนการฟอกไตครั้งแรก ผู้ป่วยและครอบครัวมักมีคำถามว่าการฟอกไตมีกี่แบบ โดยทั่วไปจะมีทางเลือกหลักอยู่ 2 แบบ ซึ่งแต่ละวิธีมีกระบวนการดูแล ข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไป แพทย์จึงจำเป็นเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะกับการใช้ชีวิต สุขภาพ และความพร้อมของผู้ป่วย

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis – HD)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือ Hemodialysis เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด โดยจะนำเลือดของผู้ป่วยออกเส้นฟอกไต AVF หรือเส้นทางหลอดเลือดอื่น เข้าสู่เครื่องไตเทียมเพื่อกรองของเสีย น้ำส่วนเกิน และปรับสมดุลเกลือแร่ก่อนที่จะส่งเลือดที่สะอาดกลับเข้าสู่ร่างกาย

ข้อดี

  1. ช่วยควบคุมระดับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ได้อย่างแม่นยำ
  2. ได้รับการติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และพยาบาล

ข้อเสีย

  1. ผู้ป่วยต้องเดินทางมาโรงพยาบาลหรือศูนย์ไตเทียมเป็นประจำ สัปดาห์ละหลายครั้ง
  2. ไม่สามารถทำด้วยตัวเองที่บ้านได้


การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis – PD)

การล้างไตทางช่องท้อง หรือ Peritoneal Dialysis เป็นวิธีที่ผู้ป่วยต้องมีสายล้างไตฝังไว้บริเวณหน้าท้อง โดยอาศัยเยื่อบุช่องท้องในการทำหน้าที่เป็นตัวกรองของเสียร่วมกับการใส่น้ำยาล้างไต

ข้อดี

  1. มีความยืดหยุ่นสูง ผู้ป่วยสามารถทำได้เองที่บ้าน
  2. ประหยัดเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยครั้ง

ข้อเสีย

  1. ต้องเปลี่ยนถุงน้ำยาล้างไตตามรอบในทุก ๆ วันอย่างสม่ำเสมอ
  2. ต้องดูแลความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์อย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ช่องท้อง


เปรียบเทียบ HD vs PD แบบไหนเหมาะกับคุณ?

หัวข้อการเปรียบเทียบ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง
สถานที่ โรงพยาบาล หรือ ศูนย์ไตเทียม ทำได้เองที่บ้าน
เหมาะกับใคร ผู้ที่มีภาวะน้ำเกิน เกลือแร่ผิดปกติ หรือไม่สะดวกทำด้วยตัวเอง ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น
ความถี่ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ต้องเปลี่ยนน้ำยาทุกวัน ตามรอบ
เวลาที่ใช้ ประมาณ 4 ชั่วโมง/ครั้ง ประมาณ 30-40 นาที/รอบ
การควบคุมน้ำ ควบคุมน้ำได้แม่นยำ ควบคุมได้ แต่ต้องมีวินัยสม่ำเสมอ
ความเสี่ยงในการติดเชื้อ มีความเสี่ยงบริเวณเส้นฟอกไต เสี่ยงติดเชื้อที่เยื่อบุช่องท้องหากไม่รักษาความสะอาด


ขั้นตอนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม มีอะไรบ้าง?

  1. ทีมพยาบาลจะทำการชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และตรวจความพร้อมของผู้ป่วยก่อนเริ่มกระบวนการ
  2. พยาบาลจะทำการต่อเส้นฟอกไตของผู้ป่วยเข้ากับระบบของเครื่องไตเทียม
  3. ตัวเครื่องจะทำการดึงเลือดและกรองล้างของเสีย ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง
  4. เมื่อครบกำหนดเวลา จะทำการคืนเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย และประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้าน

ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) หัวใจสำคัญของการ ฟอกไต ที่ปลอดภัย

น้ำที่ใช้ฟอกไตต้องบริสุทธิ์สูงมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือการสะสมของสารปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อผู้ป่วยโดยตรง ระบบ Reverse Osmosis (RO) จึงถูกใช้เพื่อทำให้น้ำสะอาดได้ระดับมาตรฐานสากล การมีระบบน้ำที่ดีช่วยให้การฟอกเลือดด้วยเครื่องเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไข้ หนาวสั่น หรือการอักเสบจากสารตกค้าง


ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม


เตรียมตัวก่อนฟอกไตครั้งแรกอย่างไร?

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนมาฟอกไตครั้งแรก ต้องทำอย่างไร?

  • พกประวัติการรักษาและยาที่ใช้
  • แจ้งทีมแพทย์หากมีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือแพ้ยา
  • ดื่มน้ำและทานอาหารได้ตามปกติ เว้นกรณีแพทย์ให้คำแนะนำเป็นพิเศษ
  • เตรียมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปิดแขนหรือบริเวณเส้นฟอกไต

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การฟอกไตครั้งแรกผ่านไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ถ้ายังไม่มีเส้นฟอกไต มาฟอกได้ไหม?

ได้ หากผู้ป่วยยังไม่มีเส้นฟอกไตแบบถาวร แพทย์จะพิจารณาใช้สายชั่วคราวเพื่อเริ่มฟอกไตในภาวะจำเป็น โดยเส้นฟอกไตแบบถาวร (AVF) จะถูกวางแผนทำในระยะต่อไปเพื่อการฟอกไตระยะยาวที่ปลอดภัยกว่า


ดูแลตัวเองหลังฟอกไตอย่างไร?

  • ควบคุมน้ำดื่มให้ดี: ต้องดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ดื่มมากเกินไปเพื่อลดการคั่งของน้ำ
  • สังเกตอาการ: เฝ้าระวังอาการผิดปกติ เช่น มีอาการหน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือบวมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • รักษาความสะอาด: หมั่นทำความสะอาดบริเวณจุดเชื่อมต่อเส้นฟอกไตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ควบคุมอาหาร: ควบคุมโภชนาการอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการจำกัดโซเดียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งวินัยที่ดีจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและยืดอายุเส้นฟอกไตได้

อาหารที่ผู้ป่วยฟอกไตควรหลีกเลี่ยง

การคุมอาหารเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง หรือ จำกัดปริมาณสารอาหารเหล่านี้

  • อาหารโซเดียมสูง: เช่น เครื่องปรุงรสจำพวกน้ำปลา ซีอิ๊ว อาหารหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และขนมถุง
  • อาหารฟอสฟอรัสสูง: เช่น นมวัว โยเกิร์ต ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง และเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม อย่างน้ำอัดลม ชา และกาแฟ
  • อาหารโพแทสเซียมสูง: เช่น กล้วย ส้ม มะละกอ ทุเรียน มะเขือเทศ และกลุ่มผักใบเขียวเข้ม


ล้างไตทางช่องท้อง


สิทธิการรักษาและค่าใช้จ่ายในการฟอกไต

ในประเทศไทย ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการฟอกไตได้ แต่หากไม่มีสิทธิรองรับหรือเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน ค่าฟอกไตจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 20,400 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นภาระที่ค่อนข้างสูงสำหรับการรักษาที่ต้องทำต่อเนื่องยาวนาน การมีสิทธิรักษาพยาบาลจึงสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้มาก

สิทธิบัตรทองฟอกไตได้ฟรีไหม?

ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถรับการบำบัดทดแทนไตได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการของ สปสช. โดยมีรายละเอียดที่ควรรู้ ครอบคลุมทั้งการฟอกเลือด (HD), ล้างไตทางช่องท้อง (PD), ค่ายากระตุ้นเม็ดเลือดแดง รวมถึงค่าผ่าตัดทําเส้นฟอกไต บัตรทอง

เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินจากแพทย์โรคไตและ "ลงทะเบียนขอรับสิทธิ" ผ่านโรงพยาบาลต้นสังกัดก่อน และต้องใช้บริการในศูนย์ไตเทียมที่เป็นเครือข่ายของ สปสช. เท่านั้น อ่านเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

ประกันสังคมและสิทธิข้าราชการครอบคลุมอะไรบ้าง?

สิทธิประกันสังคม: ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) และการล้างไตทางช่องท้อง (PD) ในอัตราเหมาจ่ายตามที่กำหนด นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงค่าผ่าตัดทำเส้นฟอกไต (AVF/AVG) หรือการวางสายสวน ค่ายากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (EPO) และค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น

สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ: ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำบัดทดแทนไตอย่างครบถ้วน ทั้งค่าฟอกเลือด ค่ายา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และค่าผ่าตัดเตรียมหลอดเลือด

เงื่อนไขที่ควรรู้: หากรักษาใน รพ.รัฐ สามารถ "เบิกจ่ายตรง" ได้ทันที แต่หากใช้บริการศูนย์ไตเทียมเอกชน จะเบิกได้ตามเพดานที่กรมบัญชีกลางกำหนด (ผู้ป่วยอาจต้องจ่ายส่วนต่าง) อ่านเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

รพ.ธารารักษ์ให้บริการฟอกไตด้วยมาตรฐานอะไรบ้าง?

เนื่องจากการฟอกไตเป็นการรักษาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละหลายครั้ง ความปลอดภัยและความอุ่นใจจึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและครอบครัวให้ความสำคัญสูงสุด ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลธารารักษ์ จึงมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ด้วยการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยมีจุดเด่นที่ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ ดังนี้

  • ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด: ทุกขั้นตอนกำกับดูแลโดยอายุรแพทย์โรคไต และทีมพยาบาลที่ผ่านการอบรมด้านไตเทียม พร้อมประเมินอาการแบบ 1 ต่อ 1 ทั้งก่อนและหลังฟอกไต
  • เทคโนโลยีเครื่องไตเทียมประสิทธิภาพสูง: ช่วยดึงของเสียและควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวและลดอาการอ่อนเพลียหลังฟอก
  • ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด: ควบคุมคุณภาพน้ำที่ใช้ในการฟอกไตอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และยืดอายุการใช้งานของเส้นฟอกไต
  • พร้อมรับมือทุกสถานการณ์: ด้วยความพร้อมของอุปกรณ์กู้ชีพและทีมแพทย์ที่สแตนด์บายตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยและญาติคลายความกังวลใจได้อย่างแท้จริง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฟอกไตแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเท่าไหร่?

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง โดยอาจปรับเปลี่ยนตามน้ำหนักตัวและปริมาณของเสีย อย่างไรก็ตามเมื่อรวมขั้นตอนการเตรียมตัว ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และประเมินอาการหลังจบการฟอกไต เวลาโดยรวมอาจใช้มากกว่า 4 ชั่วโมงเล็กน้อย

ฟอกไต ต้องฟอกตลอดชีวิตไหม?

ต้องฟอกไตตลอดชีวิต เนื่องจากการฟอกไตเป็นการรักษาเพื่อทดแทนไตที่เสียหาย ไม่สามารถทำให้ไตกลับมาทำงานเองได้ แต่หากผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไต ก็อาจหยุดฟอกไตได้ ซึ่ง WebMD ระบุว่าเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องฟอกไตระยะยาว แต่ต้องประเมินร่างกายหลายด้าน ทั้งความพร้อมของร่างกาย ความเข้ากันได้ของอวัยวะ รวมถึงการรอผู้บริจาค ซึ่งอาจใช้เวลานาน

ระหว่างฟอกไต ญาติเข้าไปนั่งเฝ้าได้ไหม?

ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปอยู่ในห้องฟอกไตตลอดเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และให้พื้นที่ทีมแพทย์ทำงานได้เต็มที่ แต่ญาติสามารถนั่งรอและพักคอยได้อย่างสะดวกสบายในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ไตเทียม

ฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมเจ็บไหม?

ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในจังหวะที่มีการแทงเข็มที่เส้นฟอกไตในช่วงเริ่มต้น แต่ในระหว่างที่เครื่องทำการกำลังกรองเลือด ผู้ป่วยสามารถพักผ่อน หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามปกติ

ถ้าต้องการย้ายคิวฟอกไตมาที่ รพ.ธารารักษ์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

การเตรียมตัวย้ายคิวควรเตรียมประวัติการรักษาเดิม ผลการตรวจเลือด ใบส่งตัว และข้อมูลเกี่ยวกับเส้นฟอกไต เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมและวางแผนจัดคิวการรักษาได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง

ค่าฟอกไตต่อเดือนโดยประมาณเท่าไหร่?

หากเป็นการรับบริการโดยไม่มีสิทธิรองรับ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 20,400 บาท โดยหากคำนวณทั้งปี ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะอยู่ที่หลักหลักแสนเลยทีเดียว ทั้งนี้สามารถใช้สิทธิการรักษาของตนเองเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้

การฟอกไตไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเลือกการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือล้างไตทางช่องท้อง สิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจสิทธิการรักษาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เลือกศูนย์ไตเทียมที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวก้าวผ่านความกังวลใจ และอุ่นใจในทุกขั้นตอนของการรักษาได้อย่างแท้จริง


บทความนี้ตรวจสอบความถูกต้องโดย: นพ.ศุภวิวัชร โรจนสิงหะ (ว.48276)
อายุรแพทย์โรคไต, หมอเวชศาสตร์ครอบครัว
วว.เวชศาสตร์ครอบครัว, วว.อายุรศาสตร์, วว.อายุรศาสตร์โรคไต
แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย