ฟอกไตและการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม: รู้จักวิธีการฟอกไตแต่ละแบบเพื่อทางเลือกที่ดีที่สุด
สารบัญ
- การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ที่ รพ.ธารารักษ์ ดีอย่างไร?
- การฟอกไตมีกี่แบบ? และทำไมเราถึงแนะนำ “การฟอกเลือดด้วยเครื่อง”?
- ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) หัวใจสำคัญของการฟอกไตที่มีคุณภาพ
- ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนมาฟอกไตครั้งแรก ต้องทำอย่างไร?
- ถ้ายังไม่มีเส้นฟอกไต มาฟอกได้ไหม?
- หลังฟอกไต ต้องดูแลตัวเองยังไง?
- สิทธิการรักษาและค่าใช้จ่าย (สิทธิบัตรทอง / ประกันสังคม / ข้าราชการ เบิกได้ไหม?)
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
- อ้างอิง
- ข้อมูลโดย
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ที่ รพ.ธารารักษ์ ดีอย่างไร?
ศูนย์ไตเทียมของ รพ.ธารารักษ์ ให้การดูแลผู้ป่วยด้วยมาตรฐานระดับสากล ทั้งเครื่องไตเทียมประสิทธิภาพสูง ทีมพยาบาลเฉพาะทาง และการกำกับดูแลโดยอายุรแพทย์โรคไตโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและครอบครัวจำนวนมากให้ความสำคัญ เพราะการฟอกไตเป็นการรักษาที่ต้องทำสัปดาห์ละหลายครั้ง ความปลอดภัยและความสบายใจจึงมีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก
ระบบน้ำบริสุทธิ์ที่ใช้ฟอกไตได้รับการดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินทั้งก่อนและหลังฟอกไตอย่างใกล้ชิด ทำให้หลายคนรู้สึกอุ่นใจว่าสุขภาพของตนอยู่ในความดูแลของทีมที่เชี่ยวชาญและพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
การฟอกไตมีกี่แบบ? และทำไมเราถึงแนะนำ “การฟอกเลือดด้วยเครื่อง”?
การฟอกไตคือวิธีทดแทนการทำงานของไตเมื่อไตไม่สามารถขับของเสียและควบคุมสมดุลน้ำได้เพียงพอ ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังหรือไตวายระยะสุดท้าย จำเป็นต้องเลือกวิธีฟอกไตให้เหมาะกับการใช้ชีวิต สุขภาพ และความพร้อมของตัวผู้ป่วยเอง
โดยทั่วไป การฟอกไตมี 2 วิธีหลัก ได้แก่
1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis – HD)
การฟอกไตแบบ HD เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด ผู้ป่วยจะถูกต่อเข้ากับ เครื่องไตเทียม เลือดจะถูกดูดออกผ่าน เส้นฟอกไต (AVF) หรือเส้นทางหลอดเลือดอื่น จากนั้นเครื่องจะทำหน้าที่กรองของเสีย น้ำส่วนเกิน และปรับสมดุลเกลือแร่ ก่อนส่งเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย ขั้นตอนฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)
- พยาบาลตรวจความพร้อมของผู้ป่วย ชั่งน้ำหนัก และวัดความดัน
- ต่อเส้นฟอกไตเข้ากับเครื่องไตเทียม
- กระบวนการล้างของเสียใช้เวลาเฉลี่ย ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง
- หลังฟอกไตจะประเมินอาการอีกครั้งก่อนกลับบ้าน
HD เหมาะกับผู้ที่ต้องการการควบคุมระดับน้ำและเกลือแร่แบบแม่นยำ ไม่สะดวกทำฟอกไตด้วยตัวเองที่บ้าน และต้องการการติดตามอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์
2. การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis – PD)
เป็นวิธีล้างไตที่ผู้ป่วยทำได้เองที่บ้าน โดยใช้เยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกรองของเสีย และต้องมีสายล้างไตฝังไว้บริเวณหน้าท้อง โดยต้องเปลี่ยนถุงน้ำยาล้างไตตามรอบวัน
ความต่างระหว่าง HD และ PD
HD: ช่วยควบคุมสมดุลน้ำได้ดี เหมาะกับผู้ที่มีภาวะน้ำเกินหรือเกลือแร่ผิดปกติ
PD: ยืดหยุ่นสูง ทำที่บ้านได้ แต่ต้องดูแลความสะอาดอย่างเข้มงวดเพื่อลดเสี่ยงติดเชื้อ
ด้วยคุณสมบัติด้านความแม่นยำและความปลอดภัย รพ.ธารารักษ์จึงแนะนำ การฟอกเลือดด้วยเครื่อง เป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่
ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) หัวใจสำคัญของการฟอกไตที่มีคุณภาพ
น้ำที่ใช้ฟอกไตต้องบริสุทธิ์สูงมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือการสะสมของสารปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อผู้ป่วยโดยตรง ระบบ Reverse Osmosis (RO) จึงถูกใช้เพื่อทำให้น้ำสะอาดได้ระดับมาตรฐานสากล การมีระบบน้ำที่ดีช่วยให้การฟอกเลือดด้วยเครื่องเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไข้ หนาวสั่น หรือการอักเสบจากสารตกค้าง
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนมาฟอกไตครั้งแรก ต้องทำอย่างไร?
- พกประวัติการรักษาและยาที่ใช้
- แจ้งทีมแพทย์หากมีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือแพ้ยา
- ดื่มน้ำและทานอาหารได้ตามปกติ เว้นกรณีแพทย์ให้คำแนะนำเป็นพิเศษ
- เตรียมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปิดแขนหรือบริเวณเส้นฟอกไต
การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การฟอกไตครั้งแรกผ่านไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ถ้ายังไม่มีเส้นฟอกไต มาฟอกได้ไหม?
ได้ หากผู้ป่วยยังไม่มีเส้นฟอกไตแบบถาวร แพทย์จะพิจารณาใช้สายชั่วคราวเพื่อเริ่มฟอกไตในภาวะจำเป็น โดยเส้นฟอกไตแบบถาวร (AVF) จะถูกวางแผนทำในระยะต่อไปเพื่อการฟอกไตระยะยาวที่ปลอดภัยกว่า
หลังฟอกไต ต้องดูแลตัวเองยังไง?
- ดื่มน้ำตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่มากเกินไป
- ควบคุมอาหาร โดยเฉพาะโซเดียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือบวม
- ทำความสะอาดจุดเชื่อมต่อเส้นฟอกไตอย่างสม่ำเสมอ
วินัยหลังฟอกไตช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และยืดอายุเส้นฟอกไตได้ดีขึ้น
สิทธิการรักษาและค่าใช้จ่าย (สิทธิบัตรทอง / ประกันสังคม / ข้าราชการ เบิกได้ไหม?)
ค่าฟอกไตแต่ละครั้งมีราคาต่างกันไปตามสถานพยาบาล เครื่องมือที่ใช้ และสิทธิการรักษาของผู้ป่วย โดยค่าฟอกไตในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 20,400 บาทต่อครั้ง หากไม่มีสิทธิใดรองรับ ผู้ป่วยอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ซึ่งถือเป็นภาระค่อนข้างสูงสำหรับการรักษาแบบต่อเนื่องหลายครั้งต่อสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยในประเทศไทยสามารถใช้สิทธิการรักษาเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ เช่น
- สิทธิบัตรทอง มีโครงการดูแลผู้ป่วยไตวายครอบคลุมการฟอกไต
- ประกันสังคม เบิกได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดโดยสำนักงานประกันสังคม
- สิทธิข้าราชการ ค่าฟอกไตครอบคลุมตามสิทธิรักษาพยาบาลภาครัฐ
ค่าใช้จ่ายฟอกไตจะต่างกันตามโรงพยาบาลและสิทธิที่ใช้ แต่โดยทั่วไปสถานพยาบาลมักมีโครงการช่วยเหลือเพื่อลดภาระผู้ป่วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ระหว่างฟอกไต ญาติเข้าไปนั่งเฝ้าได้ไหม?
โดยทั่วไป นโยบายของแต่ละศูนย์ไตเทียมอาจแตกต่างกัน แต่หลายแห่งมัก ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปอยู่ในห้องฟอกไตตลอดเวลา เพราะพื้นที่ฟอกไตต้องควบคุมทั้งความสะอาดและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ลดการเดินเข้า–ออกเพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้ทีมพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยได้เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ญาติสามารถ นั่งรอในพื้นที่พักคอย ใกล้กับศูนย์ไตเทียม ซึ่งทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้เพื่อให้สามารถติดต่อหรือให้ข้อมูลกับทีมแพทย์ได้สะดวกหากจำเป็น ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะทางการแพทย์อื่น ทีมพยาบาลจะดูแลอย่างใกล้ชิดและประเมินเป็นรายบุคคล
ฟอกไตแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเท่าไหร่?
โดยทั่วไป การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ปริมาณของเสียในเลือด และการตั้งค่าของเครื่องฟอกไต ก่อนเริ่มฟอก ทีมพยาบาลจะทำการชั่งน้ำหนัก วัดสัญญาณชีพ และตั้งโปรแกรมเครื่องให้สอดคล้องกับสภาพของผู้ป่วยในวันนั้น
หลังจบกระบวนการยังมีขั้นตอนประเมินซ้ำ เช่น วัดความดัน ตรวจอาการเวียนศีรษะหรืออ่อนเพลีย และดูสภาพเส้นฟอกไต (AVF หรือสายฟอกไตอื่น ๆ) ทำให้เวลาโดยรวมอาจมากกว่า 4 ชั่วโมงเล็กน้อย
ฟอกไต ต้องฟอกตลอดชีวิตไหม?
สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะ ไตวายระยะสุดท้าย ไตไม่สามารถกลับมาทำงานได้เพียงพออีกต่อไป จึงต้องทำการฟอกไตต่อเนื่องเพื่อขับของเสียและควบคุมระดับน้ำในร่างกาย การฟอกไตจึงเป็นการรักษาแบบทดแทน ไม่ใช่การรักษาให้ไตกลับมาทำงานได้เอง
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจหยุดฟอกไตได้หากได้รับการ ปลูกถ่ายไต (Kidney Transplant) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ WebMD ระบุว่าเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องฟอกไตระยะยาว แต่การปลูกถ่ายไตต้องผ่านการประเมินหลายด้าน ทั้งความพร้อมของร่างกาย ความเข้ากันได้ของอวัยวะ และการรอผู้บริจาค ซึ่งอาจใช้เวลานาน
ดังนั้นคำตอบคือ
- ต้องฟอกไตต่อเนื่องตลอดชีวิต หากไม่ได้รับการปลูกถ่ายไต
- แต่หากได้รับการปลูกถ่ายไตและร่างกายตอบสนองดี อาจไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป
สรุป
การฟอกไตเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังและไตวายระยะสุดท้าย ซึ่งมักมาพร้อมความกลัวและความไม่แน่ใจ การรู้ว่ามีหลายวิธีให้เลือก เช่น การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการล้างไตทางช่องท้อง ช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้เหมาะกับร่างกายและวิถีชีวิตของตนเองมากขึ้น ในหลายกรณี การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมช่วยควบคุมน้ำและของเสียได้ดี ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีแรงและคุณภาพชีวิตดีขึ้น
เมื่อการรักษาอยู่ในศูนย์ไตเทียมที่มีมาตรฐาน เช่น เครื่องไตเทียมคุณภาพสูง ระบบน้ำบริสุทธิ์ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยและครอบครัวจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าการฟอกไตในทุกครั้งปลอดภัยและได้ผลเหมาะสมที่สุด
อ้างอิง
https://www.webmd.com/a-to-z-guides/kidney-dialysishttps://www.umms.org/ummc/health-services/kidney/dialysis/types
https://rabbitcare.com/blog/health-guide/what-about-price-and-how-to-take-care-after-dialysis
ข้อมูลโดย
นพ.ศุภวิวัชร โรจนสิงหะ ว.48276
อายุรแพทย์โรคไต, หมอเวชศาสตร์ครอบครัว
วว.เวชศาสตร์ครอบครัว , วว.อายุรศาสตร์ , วว.อายุรศาสตร์โรคไต
แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณืมหาวิทยาลัย



