การฟอกไตมีกี่แบบ? เปรียบเทียบฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม vs ล้างไตทางช่องท้อง
ช่วงเริ่มต้นการฟอกไต มักเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยและครอบครัวต่างกังวลและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทั้งการฟอกไตแบบไหนปลอดภัยที่สุด หรือควรเลือกวิธีไหนที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิต และทำให้ผู้ป่วยกลับมามีแรงทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงเดิม บทความนี้ โรงพยาบาลธารารักษ์ ศูนย์ฟอกไตและศัลกรรมความงาม ได้รวบรวมข้อมูลแบบครบถ้วนทั้งวิธีการฟอกไต ข้อดี-ข้อเสีย ขั้นตอนการเตรียมตัว และสิทธิประโยชน์ในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น
สารบัญ
- การฟอกไต คืออะไร ทำไมถึงจำเป็น
- ใครบ้างที่ต้องฟอกไต
- การฟอกไตมีกี่แบบ? เปรียบเทียบวิธีรักษาในปัจจุบัน
- เปรียบเทียบ HD vs PD แบบไหนเหมาะกับคุณ?
- ขั้นตอนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม มีอะไรบ้าง?
- ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) หัวใจสำคัญของการ ฟอกไต ที่ปลอดภัย
- เตรียมตัวก่อนฟอกไตครั้งแรกอย่างไร?
- ดูแลตัวเองหลังฟอกไตอย่างไร?
- สิทธิการรักษาและค่าใช้จ่ายในการฟอกไต
- รพ.ธารารักษ์ให้บริการฟอกไตด้วยมาตรฐานอะไรบ้าง?
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การฟอกไต คืออะไร ทำไมถึงจำเป็น
โรคไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่เนื้อไตถูกทำลาย จนค่อย ๆ สูญเสียความสามารถในการกรองของเสียและควบคุมสมดุลน้ำ รวมถึงเกลือแร่ในร่างกาย เมื่อไตเข้าสู่ระยะที่ทำงานลดลงอย่างรุนแรง ของเสียและน้ำส่วนเกินจะคั่งค้างในเลือด ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย การฟอกไตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ "ทดแทนไต" เพื่อดึงของเสียและน้ำส่วนเกินออก ช่วยปรับสมดุลเกลือแร่ รักษาชีวิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น
ใครบ้างที่ต้องฟอกไต
กลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์จะแนะนำให้เริ่มรับการฟอกไต คือ กลุ่มผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่มีอาการเรื้อรัง (Stage 5) ซึ่งมีค่าการทำงานของไตต่ำกว่า 15 ml/min หรือผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากของเสียคั่งค้าง เช่น มีภาวะน้ำท่วมปอด เกลือแร่ผิดปกติรุนแรง หรือเลือดเป็นกรด ซึ่งไม่สามารถประคับประคองด้วยการควบคุมอาหารและการใช้ยาได้อีกต่อไป

การฟอกไตมีกี่แบบ? เปรียบเทียบวิธีรักษาในปัจจุบัน
ก่อนการฟอกไตครั้งแรก ผู้ป่วยและครอบครัวมักมีคำถามว่าการฟอกไตมีกี่แบบ โดยทั่วไปจะมีทางเลือกหลักอยู่ 2 แบบ ซึ่งแต่ละวิธีมีกระบวนการดูแล ข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันไป แพทย์จึงจำเป็นเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะกับการใช้ชีวิต สุขภาพ และความพร้อมของผู้ป่วย
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis – HD)
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือ Hemodialysis เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด โดยจะนำเลือดของผู้ป่วยออกเส้นฟอกไต AVF หรือเส้นทางหลอดเลือดอื่น เข้าสู่เครื่องไตเทียมเพื่อกรองของเสีย น้ำส่วนเกิน และปรับสมดุลเกลือแร่ก่อนที่จะส่งเลือดที่สะอาดกลับเข้าสู่ร่างกาย
ข้อดี
- ช่วยควบคุมระดับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ได้อย่างแม่นยำ
- ได้รับการติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และพยาบาล
ข้อเสีย
- ผู้ป่วยต้องเดินทางมาโรงพยาบาลหรือศูนย์ไตเทียมเป็นประจำ สัปดาห์ละหลายครั้ง
- ไม่สามารถทำด้วยตัวเองที่บ้านได้
การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis – PD)
การล้างไตทางช่องท้อง หรือ Peritoneal Dialysis เป็นวิธีที่ผู้ป่วยต้องมีสายล้างไตฝังไว้บริเวณหน้าท้อง โดยอาศัยเยื่อบุช่องท้องในการทำหน้าที่เป็นตัวกรองของเสียร่วมกับการใส่น้ำยาล้างไต
ข้อดี
- มีความยืดหยุ่นสูง ผู้ป่วยสามารถทำได้เองที่บ้าน
- ประหยัดเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยครั้ง
ข้อเสีย
- ต้องเปลี่ยนถุงน้ำยาล้างไตตามรอบในทุก ๆ วันอย่างสม่ำเสมอ
- ต้องดูแลความสะอาดของสถานที่และอุปกรณ์อย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ช่องท้อง
เปรียบเทียบ HD vs PD แบบไหนเหมาะกับคุณ?
| หัวข้อการเปรียบเทียบ | การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม | การล้างไตทางช่องท้อง |
|---|---|---|
| สถานที่ | โรงพยาบาล หรือ ศูนย์ไตเทียม | ทำได้เองที่บ้าน |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่มีภาวะน้ำเกิน เกลือแร่ผิดปกติ หรือไม่สะดวกทำด้วยตัวเอง | ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น |
| ความถี่ | 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ | ต้องเปลี่ยนน้ำยาทุกวัน ตามรอบ |
| เวลาที่ใช้ | ประมาณ 4 ชั่วโมง/ครั้ง | ประมาณ 30-40 นาที/รอบ |
| การควบคุมน้ำ | ควบคุมน้ำได้แม่นยำ | ควบคุมได้ แต่ต้องมีวินัยสม่ำเสมอ |
| ความเสี่ยงในการติดเชื้อ | มีความเสี่ยงบริเวณเส้นฟอกไต | เสี่ยงติดเชื้อที่เยื่อบุช่องท้องหากไม่รักษาความสะอาด |
ขั้นตอนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม มีอะไรบ้าง?
- ทีมพยาบาลจะทำการชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และตรวจความพร้อมของผู้ป่วยก่อนเริ่มกระบวนการ
- พยาบาลจะทำการต่อเส้นฟอกไตของผู้ป่วยเข้ากับระบบของเครื่องไตเทียม
- ตัวเครื่องจะทำการดึงเลือดและกรองล้างของเสีย ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง
- เมื่อครบกำหนดเวลา จะทำการคืนเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย และประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนให้ผู้ป่วยกลับบ้าน
ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) หัวใจสำคัญของการ ฟอกไต ที่ปลอดภัย
น้ำที่ใช้ฟอกไตต้องบริสุทธิ์สูงมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือการสะสมของสารปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อผู้ป่วยโดยตรง ระบบ Reverse Osmosis (RO) จึงถูกใช้เพื่อทำให้น้ำสะอาดได้ระดับมาตรฐานสากล การมีระบบน้ำที่ดีช่วยให้การฟอกเลือดด้วยเครื่องเป็นไปอย่างปลอดภัย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไข้ หนาวสั่น หรือการอักเสบจากสารตกค้าง

เตรียมตัวก่อนฟอกไตครั้งแรกอย่างไร?
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนมาฟอกไตครั้งแรก ต้องทำอย่างไร?
- พกประวัติการรักษาและยาที่ใช้
- แจ้งทีมแพทย์หากมีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือแพ้ยา
- ดื่มน้ำและทานอาหารได้ตามปกติ เว้นกรณีแพทย์ให้คำแนะนำเป็นพิเศษ
- เตรียมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปิดแขนหรือบริเวณเส้นฟอกไต
การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การฟอกไตครั้งแรกผ่านไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
ถ้ายังไม่มีเส้นฟอกไต มาฟอกได้ไหม?
ได้ หากผู้ป่วยยังไม่มีเส้นฟอกไตแบบถาวร แพทย์จะพิจารณาใช้สายชั่วคราวเพื่อเริ่มฟอกไตในภาวะจำเป็น โดยเส้นฟอกไตแบบถาวร (AVF) จะถูกวางแผนทำในระยะต่อไปเพื่อการฟอกไตระยะยาวที่ปลอดภัยกว่า
ดูแลตัวเองหลังฟอกไตอย่างไร?
- ควบคุมน้ำดื่มให้ดี: ต้องดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ไม่ดื่มมากเกินไปเพื่อลดการคั่งของน้ำ
- สังเกตอาการ: เฝ้าระวังอาการผิดปกติ เช่น มีอาการหน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือบวมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
- รักษาความสะอาด: หมั่นทำความสะอาดบริเวณจุดเชื่อมต่อเส้นฟอกไตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ควบคุมอาหาร: ควบคุมโภชนาการอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการจำกัดโซเดียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งวินัยที่ดีจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและยืดอายุเส้นฟอกไตได้
อาหารที่ผู้ป่วยฟอกไตควรหลีกเลี่ยง
การคุมอาหารเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง หรือ จำกัดปริมาณสารอาหารเหล่านี้
- อาหารโซเดียมสูง: เช่น เครื่องปรุงรสจำพวกน้ำปลา ซีอิ๊ว อาหารหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และขนมถุง
- อาหารฟอสฟอรัสสูง: เช่น นมวัว โยเกิร์ต ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง และเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม อย่างน้ำอัดลม ชา และกาแฟ
- อาหารโพแทสเซียมสูง: เช่น กล้วย ส้ม มะละกอ ทุเรียน มะเขือเทศ และกลุ่มผักใบเขียวเข้ม

สิทธิการรักษาและค่าใช้จ่ายในการฟอกไต
ในประเทศไทย ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการฟอกไตได้ แต่หากไม่มีสิทธิรองรับหรือเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน ค่าฟอกไตจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 20,400 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นภาระที่ค่อนข้างสูงสำหรับการรักษาที่ต้องทำต่อเนื่องยาวนาน การมีสิทธิรักษาพยาบาลจึงสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้มาก
สิทธิบัตรทองฟอกไตได้ฟรีไหม?
ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถรับการบำบัดทดแทนไตได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้โครงการของ สปสช. โดยมีรายละเอียดที่ควรรู้ ครอบคลุมทั้งการฟอกเลือด (HD), ล้างไตทางช่องท้อง (PD), ค่ายากระตุ้นเม็ดเลือดแดง รวมถึงค่าผ่าตัดทําเส้นฟอกไต บัตรทอง
เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินจากแพทย์โรคไตและ "ลงทะเบียนขอรับสิทธิ" ผ่านโรงพยาบาลต้นสังกัดก่อน และต้องใช้บริการในศูนย์ไตเทียมที่เป็นเครือข่ายของ สปสช. เท่านั้น อ่านเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
ประกันสังคมและสิทธิข้าราชการครอบคลุมอะไรบ้าง?
สิทธิประกันสังคม: ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) และการล้างไตทางช่องท้อง (PD) ในอัตราเหมาจ่ายตามที่กำหนด นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงค่าผ่าตัดทำเส้นฟอกไต (AVF/AVG) หรือการวางสายสวน ค่ายากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง (EPO) และค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น
- เงื่อนไขที่ควรรู้: ต้องยื่นเรื่องขออนุมัติสิทธิจากประกันสังคมก่อนเริ่มรักษา และต้องใช้บริการในสถานพยาบาลเครือข่ายเท่านั้น อ่านเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ทีนี่
สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ: ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำบัดทดแทนไตอย่างครบถ้วน ทั้งค่าฟอกเลือด ค่ายา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และค่าผ่าตัดเตรียมหลอดเลือด
เงื่อนไขที่ควรรู้: หากรักษาใน รพ.รัฐ สามารถ "เบิกจ่ายตรง" ได้ทันที แต่หากใช้บริการศูนย์ไตเทียมเอกชน จะเบิกได้ตามเพดานที่กรมบัญชีกลางกำหนด (ผู้ป่วยอาจต้องจ่ายส่วนต่าง) อ่านเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
รพ.ธารารักษ์ให้บริการฟอกไตด้วยมาตรฐานอะไรบ้าง?
เนื่องจากการฟอกไตเป็นการรักษาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละหลายครั้ง ความปลอดภัยและความอุ่นใจจึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและครอบครัวให้ความสำคัญสูงสุด ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลธารารักษ์ จึงมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ด้วยการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยมีจุดเด่นที่ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ ดังนี้
- ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด: ทุกขั้นตอนกำกับดูแลโดยอายุรแพทย์โรคไต และทีมพยาบาลที่ผ่านการอบรมด้านไตเทียม พร้อมประเมินอาการแบบ 1 ต่อ 1 ทั้งก่อนและหลังฟอกไต
- เทคโนโลยีเครื่องไตเทียมประสิทธิภาพสูง: ช่วยดึงของเสียและควบคุมสมดุลน้ำในร่างกายได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวและลดอาการอ่อนเพลียหลังฟอก
- ระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด: ควบคุมคุณภาพน้ำที่ใช้ในการฟอกไตอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และยืดอายุการใช้งานของเส้นฟอกไต
- พร้อมรับมือทุกสถานการณ์: ด้วยความพร้อมของอุปกรณ์กู้ชีพและทีมแพทย์ที่สแตนด์บายตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วยและญาติคลายความกังวลใจได้อย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฟอกไตแต่ละครั้ง ใช้เวลานานเท่าไหร่?
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงต่อครั้ง โดยอาจปรับเปลี่ยนตามน้ำหนักตัวและปริมาณของเสีย อย่างไรก็ตามเมื่อรวมขั้นตอนการเตรียมตัว ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และประเมินอาการหลังจบการฟอกไต เวลาโดยรวมอาจใช้มากกว่า 4 ชั่วโมงเล็กน้อย
ฟอกไต ต้องฟอกตลอดชีวิตไหม?
ต้องฟอกไตตลอดชีวิต เนื่องจากการฟอกไตเป็นการรักษาเพื่อทดแทนไตที่เสียหาย ไม่สามารถทำให้ไตกลับมาทำงานเองได้ แต่หากผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายไต ก็อาจหยุดฟอกไตได้ ซึ่ง WebMD ระบุว่าเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องฟอกไตระยะยาว แต่ต้องประเมินร่างกายหลายด้าน ทั้งความพร้อมของร่างกาย ความเข้ากันได้ของอวัยวะ รวมถึงการรอผู้บริจาค ซึ่งอาจใช้เวลานาน
ระหว่างฟอกไต ญาติเข้าไปนั่งเฝ้าได้ไหม?
ไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปอยู่ในห้องฟอกไตตลอดเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และให้พื้นที่ทีมแพทย์ทำงานได้เต็มที่ แต่ญาติสามารถนั่งรอและพักคอยได้อย่างสะดวกสบายในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ไตเทียม
ฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมเจ็บไหม?
ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในจังหวะที่มีการแทงเข็มที่เส้นฟอกไตในช่วงเริ่มต้น แต่ในระหว่างที่เครื่องทำการกำลังกรองเลือด ผู้ป่วยสามารถพักผ่อน หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ตามปกติ
ถ้าต้องการย้ายคิวฟอกไตมาที่ รพ.ธารารักษ์ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
การเตรียมตัวย้ายคิวควรเตรียมประวัติการรักษาเดิม ผลการตรวจเลือด ใบส่งตัว และข้อมูลเกี่ยวกับเส้นฟอกไต เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมและวางแผนจัดคิวการรักษาได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง
ค่าฟอกไตต่อเดือนโดยประมาณเท่าไหร่?
หากเป็นการรับบริการโดยไม่มีสิทธิรองรับ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 20,400 บาท โดยหากคำนวณทั้งปี ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะอยู่ที่หลักหลักแสนเลยทีเดียว ทั้งนี้สามารถใช้สิทธิการรักษาของตนเองเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้
การฟอกไตไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเลือกการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือล้างไตทางช่องท้อง สิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจสิทธิการรักษาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เลือกศูนย์ไตเทียมที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวก้าวผ่านความกังวลใจ และอุ่นใจในทุกขั้นตอนของการรักษาได้อย่างแท้จริง
บทความนี้ตรวจสอบความถูกต้องโดย: นพ.ศุภวิวัชร โรจนสิงหะ (ว.48276)
อายุรแพทย์โรคไต, หมอเวชศาสตร์ครอบครัว
วว.เวชศาสตร์ครอบครัว, วว.อายุรศาสตร์, วว.อายุรศาสตร์โรคไต
แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



