คนเป็นโรคไตควรรู้ เส้นฟอกไตมีกี่แบบ ถ้าผ่าตัดทำเส้นฟอกไต บัตรทองครอบคลุมไหม


การผ่าตัดทำเส้นฟอกไต

การ “ผ่าตัดทําเส้นฟอกไต” เป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย รู้สึกกังวลมากที่สุด เพราะมันหมายถึงการเริ่มต้นฟอกเลือดอย่างจริงจัง การเลือกเส้นที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดความเสี่ยง “เส้นตัน เส้นดับ ติดเชื้อที่เส้น” รวมถึงลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงการผ่าตัดซ้ำที่สร้างความเครียดให้ผู้ป่วยได้ในระยะยาว

ผู้ป่วยหลายคนมักมีคำถามว่า เส้นฟอกไตมีกี่แบบ, แบบไหนดีที่สุด, แล้ว ทําเส้นฟอกไต บัตรทอง หรือประกันสังคมสามารถครอบคลุมได้หรือไม่? บทความนี้สรุปครบทุกประเด็น พร้อมข้อมูลจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ทำไมการ “เตรียมเส้นฟอกไต” ถึงสำคัญ? และควรเริ่มทำเมื่อไหร่?

"การ “เตรียมเส้นฟอกไต” เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยหลายคนมองข้ามในช่วงแรก เพราะยังรู้สึกว่าสุขภาพไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นต้องฟอกเลือด แต่สำหรับหลายครอบครัว ช่วงเวลาที่แพทย์บอกว่า “ไตเริ่มเข้าสู่ระยะสุดท้าย” มักเป็นจุดที่เต็มไปด้วยความกังวล การเตรียมเส้นล่วงหน้าจึงช่วยลดความตื่นตระหนกหากเกิดเหตุฉุกเฉิน และไม่ต้องรีบเร่งใส่สายสวนคอ (Perm Cath) เพราะทำเส้นไม่ทัน

การเตรียมเส้นหรือ Vascular Access คือการสร้าง “ทางเชื่อม” ที่ทำให้เลือดไหลไปและกลับจากเครื่องฟอกเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมตั้งแต่ค่า GFR ต่ำกว่า 15–20 ช่วยให้ผู้ป่วยมีเวลาวางแผนมากขึ้น พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น แนวทางนานาชาติยังแนะนำให้ผู้ป่วยพบศัลยแพทย์หลอดเลือดตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ช่วงไตเสื่อมระยะท้าย เพื่อทำ อัลตราซาวด์หลอดเลือด Doppler ประเมินเส้นเลือดและเลือกเส้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคน"


การเตรียมเส้นฟอกไต

เส้นฟอกไตมีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเราที่สุด?

เส้นฟอกไตแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. เส้นฟอกไตถาวร (AVF): เส้นจริงที่แขน

เป็นการผ่าตัดเชื่อมต่อ เส้นเลือดแดง กับ เส้นเลือดดำ ให้มีการขยายตัวและไหลเวียนเลือดแรงพอเหมาะสำหรับการฟอกเลือด ทำโดยใช้ ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง
จุดเด่น: อายุใช้งานยาวนานที่สุด ติดเชื้อน้อยที่สุด


การผ่าตัดทำเส้นฟอกไตถาวร



2. เส้นฟอกไตเทียม (AVG): ทางเลือกเมื่อเส้นเลือดเล็ก

เมื่อเส้นเลือดจริงไม่แข็งแรงหรืออยู่ลึก แพทย์อาจใช้ เส้นเทียม เชื่อมหลอดเลือดแดง–ดำแทน แม้จะใช้งานได้เร็วกว่า AVF แต่มีความเสี่ยงติดเชื้อและเส้นตันมากกว่า





การผ่าตัดทำเส้นฟอกไตเทียม

3. สายสวนฟอกไตแบบกึ่งถาวร (Perm Cath): ทางออกกรณีฉุกเฉิน

เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือดด่วนหรือยังเตรียมเส้นไม่ได้ โดยใส่สายสวนผ่านหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ
ข้อควรระวัง: อัตราติดเชื้อสูงกว่าแบบอื่น เพราะสายอยู่ใกล้หัวใจ





การผ่าตัดทำสายสวนฟอกไตแบบกึ่งถาวร

สรุปข้อดี-ข้อเสีย เส้นฟอกไต 3 แบบ อันไหนเหมาะกับคุณที่สุด?

หัวข้อเปรียบเทียบ AVF (เส้นจริง) AVG (เส้นเทียม) Perm Cath (เจาะคอ)
อายุใช้งาน สูงที่สุด ปานกลาง ต่ำที่สุด
ความเสี่ยงติดเชื้อ ต่ำที่สุด ปานกลาง–สูง สูงมาก
ค่าใช้จ่ายโดยรวม คุ้มค่าในระยะยาว สูงกว่า AVF อาจต้องเปลี่ยนหลายครั้ง

ปรึกษาศัลยแพทย์หลอดเลือดเพื่อเลือกเส้นที่เหมาะสมที่สุด





ขั้นตอนการผ่าตัดทำเส้นฟอกไต เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นกี่วัน?

ขั้นตอนเริ่มจาก

  • ตรวจเส้นเลือดด้วย Doppler ultrasound
  • งดเจาะเลือดแขนข้างที่จะทำ
  • ทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด

การผ่าตัดใช้ ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยมักรู้สึกตึง ๆ แต่ไม่เจ็บมาก หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว
เส้น AVF ต้องรอประมาณ 6–8 สัปดาห์ให้เส้นโต ส่วน AVG และ Perm Cath ใช้งานได้เร็วกว่า


ทำเส้นฟอกไตราคาเท่าไหร่ ใช้สิทธิ "บัตรทอง" หรือ "ประกันสังคม" ได้ไหม?

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทำเส้นฟอกไต ไม่ว่าจะเป็น เส้นจริง AVF หรือเส้นเทียม AVG มักแตกต่างกันตามประเภทเส้นและรูปแบบบริการของแต่ละโรงพยาบาล
โดยทั่วไป โรงพยาบาลเอกชน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000 – 50,000 บาทขึ้นไป โดยราคาจะขึ้นกับปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ชนิดของเส้นที่เลือกทำ (AVF ใช้เส้นจริง / AVG ใช้เส้นเทียม)
  • ค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัดและวิสัญญี
  • ค่ายาและอุปกรณ์
  • ค่าห้องและค่าบริการอื่น ๆ ตามแพ็กเกจ


อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากเมื่อใช้สิทธิรักษาตามที่ตนมี ได้แก่

✔ สิทธิบัตรทอง (บัตรทอง 30 บาท)
ครอบคลุมค่าผ่าตัดทำเส้นฟอกไตเกือบทั้งหมด หากมี ใบส่งตัว จากโรงพยาบาลตามสิทธิ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายจนอาจแทบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

✔ สิทธิประกันสังคม
สามารถเบิกค่าผ่าตัดทำเส้นฟอกไตได้ตามเงื่อนไขของแต่ละหน่วยบริการ ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเองเพิ่มเติม


ดังนั้นราคาจริงของการทำเส้นฟอกไตจะ “แตกต่างกันมาก” ขึ้นอยู่กับสิทธิที่ใช้


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดเส้นฟอกไต (FAQ)

ผ่าตัดเสร็จแล้ว ใช้งานเส้นได้ทันทีเลยไหม?

การใช้งานเส้นหลังผ่าตัดขึ้นอยู่กับ “ชนิดของเส้น”

  • AVF (เส้นจริง) ต้องใช้เวลาให้หลอดเลือดขยายตัวและแข็งแรงก่อนประมาณ 6–8 สัปดาห์ บางรายอาจนานถึง 12 สัปดาห์ หากหลอดเลือดเดิมเล็ก
  • AVG (เส้นเทียม) พร้อมใช้งานเร็วกว่ามาก โดยปกติประมาณ 2–3 สัปดาห์
  • Perm Cath (สายสวนคอ) ใช้งานได้ทันทีหลังใส่เสร็จ

แพทย์มักแนะนำให้เริ่มทำ AVF ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ต้องใช้ Perm Cath นานเกินไป เพราะเสี่ยงติดเชื้อสูงกว่าเส้นแบบอื่น


ทําเส้นฟอกไตที่แขนเจ็บไหม? รู้สึกอย่างไร?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่กังวลเรื่อง “ความเจ็บ” ตอนผ่าตัด แต่ความจริงคือการทำเส้น AVF ใช้ ยาชาเฉพาะที่ จึงไม่รู้สึกเจ็บแผลระหว่างผ่าตัด แต่จะรู้สึกตึง ๆ หรือกดดันเล็กน้อยบริเวณแขน
หลังผ่าตัด 1–3 วันอาจมีอาการปวดหน่วงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเส้นเริ่มสร้างตัว
แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการดูแลแขนและยาแก้ปวดเพื่อให้ฟื้นตัวสบายที่สุด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ระบุว่าความเจ็บอยู่ในระดับ “ทนได้” ไม่ได้รุนแรงอย่างที่กังวล


ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเบาหวาน ทำเส้นฟอกไตได้ไหม?

ทำได้แน่นอน แต่ต้องประเมินเส้นเลือดอย่างละเอียดก่อน เพราะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีเบาหวานเป็นเวลานาน มักมีปัญหาเกี่ยวกับ เส้นเลือดตีบ แข็งตัว หรือเลือดไหลเวียนไม่ดี
แพทย์จะตรวจด้วย อัลตราซาวด์ Doppler เพื่อดูว่าเส้นเลือดมีขนาดและแรงดันเหมาะสมสำหรับการทำ AVF หรือไม่ หากเส้นเล็กเกินไป อาจเลือกใช้ AVG หรือตำแหน่งอื่นในการทำเส้นแทน
ข้อดีคือ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังทำ AVF ได้และใช้งานได้ดีหากหลอดเลือดยังแข็งแรงพอ


ดูแลแผลผ่าตัดอย่างไร ไม่ให้ติดเชื้อ?

หลังผ่าตัด เส้นฟอกไตต้องได้รับการดูแลอย่างละเอียด เพราะเป็น “เส้นสำคัญ” ที่ใช้ฟอกเลือดระยะยาว สิ่งที่ควรทำ ได้แก่

โดยทั่วไป สิทธิเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งค่าบริการทางการแพทย์และค่าอุปกรณ์ แต่ขอบเขตการเบิกอาจต่างกันไปตามเงื่อนไข เช่น

  1. ห้ามแผลโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
    เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่เส้นที่อาจทำให้เส้นดับหรืออักเสบ
  2. ตรวจหา “เสียงฟู่” ทุกวัน
    เสียงฟู่คือสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่ดีใน AVF หากเสียงเบา หายไป หรือเส้นบวมแดง ให้รีบพบแพทย์ทันที
  3. หลีกเลี่ยงแรงกดทับ
    เช่น ห้ามนอนทับแขน สะพายของหนัก หรือให้ใครวัดความดันที่แขนข้างทำเส้น
  4. ทำความสะอาดบริเวณแผลอย่างสม่ำเสมอ
    ใช้ผ้าสะอาดซับ ไม่ถูแรง และสังเกตว่ามีตุ่มหนองหรือแดงผิดปกติหรือไม่
  5. ฝึกบริหารมือ (บีบลูกบอล)

ช่วยให้เส้นเลือดแข็งแรงและขยายตัวเร็วขึ้น


สรุป

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเริ่มฟอกเลือด การผ่าตัดทำเส้นฟอกไตอาจฟังดูเป็นขั้นตอนที่น่ากลัว แต่การมีเส้นที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจะช่วยให้การฟอกเลือดปลอดภัยขึ้นและทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา AVF ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในระยะยาว ส่วน AVG และ Perm Cath ถูกใช้ในกรณีที่จำเป็นตามสภาพเส้นเลือดของแต่ละคน ผู้ป่วยและครอบครัวจึงไม่ควรรู้สึกผิดหรือลังเลหากไม่สามารถทำ AVF ได้ทันที
ด้านสิทธิการรักษา ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิอื่น ๆ ในการทำเส้นฟอกไตได้ เพียงขอใบส่งตัวจากโรงพยาบาลต้นทาง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่หลายครอบครัวกังวล
หากกำลังเตรียมตัวเริ่มฟอกเลือดหรือไม่แน่ใจว่าควรทำเส้นแบบใด การปรึกษาศัลยแพทย์หลอดเลือดโดยตรงจะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับร่างกายและสถานการณ์ของคุณที่สุด และช่วยให้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกมั่นใจขึ้นในการเดินหน้าต่อไป


อ้างอิง

https://www.kidney.org/kidney-topics/hemodialysis-catheters-how-to-keep-yours-working-well
https://www.kidney.org/kidney-topics/choosing-dialysis-which-type-right-me

ข้อมูลโดย

นพ.สุริยัน อยู่พะเนียด ว.42094
อายุรแพทย์โรคไต
วว.อายุรศาสตร์, วว.อายุรศาสตร์โรคไต
แพทยศาสตรบัณฑิต 2554

ข้อมูลแพทย์เพิ่มเติม



นพ.สุริยัน อยู่พะเนียด