ทำไมอยู่ดี ๆ ไตถึงวาย? เจาะลึก 5 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

26/02/2026
  • images
  • images

หลายคนมักเข้าใจว่าโรคไตเป็นเรื่องของคนสูงอายุหรือคนที่มีพฤติกรรมกินเค็มจัดสะสมมานานหลายปี แต่ในความเป็นจริง ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury) คือ ภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถขับของเสียและรักษาสมดุลน้ำในร่างกายได้ ส่งผลให้ค่าของเสียในเลือดสูงผิดปกติ และอาจอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทันท่วงที


ไตวายเฉียบพลัน ขาดน้ำ

 

ภาวะไตวายเฉียบพลัน เกิดจากหลายปัจจัยที่ถึงแม้ดูแลตัวดีมาตลอด แต่ก็ยังเกิดขึ้นได้ เพราะความจริงแล้วโรคนี้ไม่ได้เกิดจากความเสื่อมตามวัยเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยกระตุ้นภายนอกที่ทำให้ไตช็อกจนหยุดทำงาน ดังนี้

1. ภาวะขาดน้ำรุนแรงและระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการที่เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ เมื่อแรงดันเลือดต่ำลง ไตจะไม่มีแรงกรองของเสีย ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ได้แก่ การเสียเลือดปริมาณมากจากอุบัติเหตุ ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ อาการท้องเสียรุนแรงจนร่างกายขาดน้ำ หรือภาวะหัวใจวายที่ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายไม่ได้

2. การได้รับสารพิษหรือยาที่มีผลต่อไต (Intrinsic)

ไตเป็นอวัยวะที่กรองสารเคมีแทบทุกชนิด สารพิษจึงทำลายเนื้อเยื่อไตได้โดยตรง โดยเฉพาะยาในกลุ่มเหล่านี้

  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs: เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือยาที่ใช้แก้ปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ หากกินต่อเนื่องหรือกินตอนขาดน้ำจะอันตรายมาก
  • ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน: เช่น ยาลูกกลอน หรือสมุนไพรบางชนิดที่มีสารปนเปื้อนโลหะหนัก
  • สารทึบรังสี: ที่ใช้ในการฉีดเพื่อตรวจวินิจฉัยโรค

คำเตือน: การซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ เป็นความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ของคนไทยที่ทำให้ไตพังไม่รู้ตัว

3. การติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง (Sepsis)

เมื่อมีการติดเชื้อรุนแรง ร่างกายจะหลั่งสารอักเสบออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้ความดันโลหิตตกและเกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ (Multi-organ failure) โรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ โรคฉี่หนู, ไข้เลือดออก, หรือการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะที่ลุกลาม

4. ทางเดินปัสสาวะอุดกั้น (Postrenal)

เปรียบเสมือนท่อน้ำทิ้งตัน เมื่อปัสสาวะระบายออกไม่ได้ ของเสียจะย้อนกลับไปสร้างแรงดันในไตจนเนื้อเยื่อไตเสียหาย สาเหตุหลักมาจาก นิ่วในไต, ต่อมลูกหมากโตในผู้ชายสูงอายุ หรือเนื้องอกในช่องท้องที่ไปเบียดท่อไต

5. ภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis)

เกิดจากการที่กล้ามเนื้อถูกทำลายอย่างรุนแรง เช่น การออกกำลังกายหนักเกินขีดจำกัด (Over-exercise) หรืออุบัติเหตุที่ถูกของแข็งทับเป็นเวลานาน ทำให้สารไมโอโกลบิน (Myoglobin) ในกล้ามเนื้อหลุดเข้าสู่กระแสเลือดและไปอุดตันท่อไตจนไตวาย

อาการแบบไหน ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจเพราะอาจเป็นระยะเริ่มแรกของไตวาย

  • ปัสสาวะออกน้อยผิดปกติ: น้อยกว่า 400 ซีซีต่อวัน (ประมาณขวดน้ำเล็ก)
  • อาการบวม: บวมตามใบหน้า เปลือกตา แขน หรือขา (กดแล้วบุ๋ม)
  • ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารอย่างรุนแรง
  • ระบบทางเดินหายใจ: เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก (เนื่องจากภาวะน้ำท่วมปอด)

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดดูค่า Creatinine และ eGFR ทันที ที่โรงพยาบาลธารารักษ์ เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางโรคไตพร้อมวินิจฉัยและดูแลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรักษาการทำงานของไตให้กลับมาโดยเร็วที่สุด


ไตวายเฉียบพลัน วินิจฉัย


การวินิจฉัยและแนวทางการรักษา

เมื่อมาถึงมือแพทย์ กระบวนการรักษาภาวะไตวายเฉียบพลัน จะเริ่มจากการหาสาเหตุที่แท้จริงผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • การตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อเช็กค่าของเสีย (BUN/Creatinine) และสมดุลเกลือแร่
  • การอัลตราซาวนด์ เพื่อดูขนาดและโครงสร้างไตว่ามีการอุดกั้นหรือความผิดปกติทางกายภาพหรือไม่
  • การรักษาตามสาเหตุ เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดในรายที่ขาดน้ำ, การหยุดยาที่ทำลายไต, หรือในกรณีที่ของเสียสูงเกินเกณฑ์ แพทย์อาจพิจารณาการฟอกเลือดชั่วคราว (Dialysis) เพื่อประคับประคองอาการ

ไตวายเฉียบพลัน รักษาหายไหม

ไตวายเฉียบพลันมีโอกาสหายขาดได้ หากเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วและตรงจุด เนื้อเยื่อไตจะสามารถฟื้นฟูกลับมาทำงานปกติได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่หากปล่อยไว้นานจนเนื้อไตตายอย่างถาวร อาจกลายเป็นโรคไตเรื้อรังที่ต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต ดังนั้นความเร็วในการพบแพทย์คือหัวใจสำคัญที่สุด


ตรวจสอบโดย : อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลธารารักษ์