รู้ก่อนสาย! ผู้ป่วยไตวายระยะไหน ที่ควรเริ่มวางแผน "ทำเส้นฟอกไต ที่แขน"

26/02/2026
  • images
  • images

ความน่ากลัวที่สุดของโรคไตเรื้อรังไม่ใช่การต้องฟอกเลือด แต่เป็นการวางแผนไม่ทัน เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมักชะล่าใจ รอจนกระทั่งร่างกายส่งสัญญาณเตือนสุดท้าย เช่น ขาบวมจนเดินไม่ได้ เหนื่อยหอบจากการน้ำท่วมปอด หรือปัสสาวะไม่ออก ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าสายเกินไปสำหรับการเตรียมตัวที่ดี เมื่อถึงจุดวิกฤต หมอจำเป็นต้องเจาะสายฟอกเลือดที่คอ (Temporary Catheter) ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเจ็บตัวมากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วเราสามารถเลือกทางที่นุ่มนวลกว่าได้ด้วยการเตรียมทําเส้นฟอกไต ที่แขน หรือ AVF คือ การผ่าตัดเชื่อมต่อเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงเข้าด้วยกัน เพื่อให้เส้นเลือดแข็งแรงและโตพอสำหรับการปักเข็มฟอกเลือดในระยะยาว เพื่อการวางแผนที่ดีบทความนี้จะสรุปข้อมูลทางการแพทย์ให้ว่าควรเริ่มผ่าตัดเมื่อค่าไต (eGFR) เหลือเท่าไหร่


eGFR แบบไหนผิดปกติ


เกณฑ์ eGFR แบบไหนปกติ

เกณฑ์ eGFR แบบไหนปกติ ส่องค่าการทำงานของไต หรือ eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate) ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะบอกว่าไตยังทำงานได้กี่เปอร์เซ็นต์ โดยแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 ค่า eGFR มากกว่า 90 ไตยังทำงานปกติ แต่เริ่มพบโปรตีนในปัสสาวะ
  • ระยะที่ 2 ค่า eGFR 60 - 89 ไตเริ่มเสื่อมเล็กน้อย
  • ระยะที่ 3 ค่า eGFR 30 - 59 ไตเสื่อมปานกลาง ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
  • ระยะที่ 4 ค่า eGFR 15 - 29 ไตเสื่อมรุนแรง วิกฤตการวางแผน
  • ระยะที่ 5 ค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ไตวายระยะสุดท้าย ต้องทำการฟอกหรือเปลี่ยนไต

ไตวายระยะไหน ควรเริ่มวางแผนทำเส้นฟอกไต?

ไตวายระยะที่ควรเริ่มทําเส้นฟอกไต ที่แขน ซึ่งเป็นการสร้างพอร์ตสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น เป็นเพียงการเตรียมตัวไม่ได้หมายถึงต้องฟอกไตทันทีในวันนั้น โดยมีช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้

  • ระยะที่ต้องเริ่มปรึกษาแพทย์ (CKD Stage 4) : เมื่อค่าการทำงานของไต (eGFR) ต่ำกว่า 30 ml/min/1.73 m² หรือระยะที่ 4 แพทย์ศัลยกรรมหลอดเลือดจะแนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มศึกษาเรื่องการทำเส้นฟอกไต ระยะนี้คือช่วงเวลาทองที่ควรถนอมเส้นเลือดที่แขนข้างที่ไม่ถนัด ไม่ให้เจาะเลือด หรือให้น้ำเกลือ เพื่อเตรียมไว้ผ่าตัด
  • ระยะที่ต้องผ่าตัดทันที (Preparation Phase) : เมื่อค่าการทำงานของไต (eGFR) ลดลงเหลือ 15-20 ml/min/1.73 m² หรือเข้าใกล้ช่วงระยะสุดท้าย แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการผ่าตัดทำเส้น AVF ทันที เพื่อให้เส้นเลือดมีเวลาพัฒนาตัวก่อนที่ค่าไตจะวิกฤตจนร่างกายรับไม่ไหว

การประเมินระยะไตและสภาพหลอดเลือดที่แม่นยำมีความสำคัญมาก ที่โรงพยาบาลธารารักษ์ เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่ช่วยวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับระยะโรคของคนไข้แต่ละราย


ทําเส้นฟอกไต ที่แขน


3 เหตุผลทางแพทย์ ที่ทำไมต้อง "ทำเส้นฟอกไต ที่แขน" ล่วงหน้า

3 เหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องทําเส้นฟอกไต ที่แขนล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าขั้นตอนการรักษาจริง

1.เส้น AVF ต้องใช้เวลา "บ่มเพาะ" (Maturation Time)

การผ่าตัดเชื่อมเส้นเลือดไม่ใช่ทำเสร็จแล้วใช้ได้เลย เส้นเลือดดำต้องใช้เวลาในการรับแรงดันจากเส้นเลือดแดงเพื่อให้ผนังหนาขึ้นและโตขึ้น (Maturation) ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ (หรือบางรายอาจถึง 3-4 เดือน) ซึ่งหากรอจนไตวายสนิทแล้วค่อยมาทำ ผู้ป่วยจะไม่มีเส้นที่พร้อมใช้งานทันที

2.หลีกเลี่ยงการเจาะคอฉุกเฉิน (Temporary Catheter)

หากไม่ได้ทำเส้นที่แขนไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน แพทย์ต้องใส่สายฟอกเลือดที่ลำคอ ซึ่งสายชนิดนี้มีข้อเสีย คือ เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดสูงกว่าเส้น AVF หลายเท่า เจ็บตัวบ่อย และทำให้เส้นเลือดดำใหญ่ที่อกตีบตันได้ในอนาคต

3. เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการผ่าตัด

ในขณะที่ร่างกายยังไม่บวมน้ำและสุขภาพโดยรวมยังดี การผ่าตัดจะทำได้ง่ายกว่า แผลหายเร็วกว่า และเส้นเลือดมีโอกาสเชื่อมติดกันได้สมบูรณ์มากกว่าการมาผ่าตัดในขณะที่ร่างกายอ่อนแอจากสารพิษคั่งค้าง

สรุป

การวางแผนทำเส้นฟอกไต ที่แขน ตั้งแต่ค่าไต eGFR เริ่มต่ำกว่า 30 ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่การทำ avf คือ การซื้อ "หลักประกันสุขภาพ" ที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยก้าวเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตและการเจาะคอที่ทรมานอีกทั้งการรักษาตามมาตรฐานสากลจะช่วยยืดอายุขัยและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง

อย่ารอจนปัสสาวะไม่ออก เพราะนั่นอาจหมายถึงเวลาของคุณหมดลงแล้วสำหรับการเตรียมตัวที่ดีที่สุด หากมีข้อสงสัยเรื่องการเตรียมตัว หรือต้องการนัดหมายตรวจอัลตราซาวนด์เส้นเลือดโรงพยาบาลธารารักษ์ ได้ที่ https://www.tararak.com


ตรวจสอบโดย : อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลธารารักษ์